วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

ลูกเป็ดตัวสุดท้าย


          ฟาร์มเป็ดบอกขายลูกเป็ดเพิ่งเกิดใหม่ ผู้คนต่างเดินทางมาจากทุกสารทิศเพื่อเลือกซื้อเป็ดที่ดีที่สุดไปเป็นแม่พันธุ์
เป็ดแต่ละตัวได้ถูกตั้งราคาไปตามเกณฑ์มาตรฐาน

        วันที่หนึ่งผ่านไป มีลูกเป็ดหลายตัวถูกซื้อไป จำนวนลูกเป็ดในเล้าที่บอกขายลดน้อยลง ยิ่งหลายวันเข้าจำนวนลูกเป็ดก็น้อยลงไปเต็มที

        ลูกเป็ดตัวท้าย ๆ เริ่มมีอาการหงอยเหงา เศร้าใจอย่างยิ่งที่เห็นเพื่อน ๆ ที่เกิดมาพร้อม ๆ กัน ต้องถูก
เลือกไปทีละตัว ๆ ในที่สุดก็เหลือลูกเป็ดตัวสุดท้าย...

         ลูกเป็ดตัวสุดท้ายนั่งร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว ลูกเป็ดก้มลงมองเงาของตัวเองในชามใสน้ำที่มุมหนึ่งของเล้าเป็ด แล้วโทษตัวเอง
"ฉันขี้เหร่ที่สุดใช่ไหม? ทำไมพวกเขาถึงไม่เลือกฉัน?"
 ลูกเป็ดนั่งจมอยู่กับความทุกข์ ที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือกเสียที
          ทุก ๆ วันจะมีผู้คนมาวนเวียนก้มลงดูลูกเป็ดตัวสุดท้ายในเล้า แล้วก็ซุบซิบกับเจ้าของฟาร์มพักใหญ่ สุดท้าย ...... ผู้คนเหล่านั้นก็เดินจากไปโดยที่ไม่ได้นำลูกเป็ดตัวสุดท้ายไป
ลูกเป็ดยิ่งเสียใจ โทษความขี้เหร่ของตัวเอง ตอกย้ำให้ยิ่งเศร้าไปกันใหญ่...

         วันหนึ่งหนูนาที่เห็นลูกเป็ดตัวสุดท้ายร้องไห้จนตาแดงก่ำ ทนไม่ได้ที่เห็นลูกเป็ดตัวสุดท้ายนั่งโทษว่าความขี้เหร่ของตัวเองทำให้ไม่มีใครเลือก

หนูนาบอกกับลูกเป็ดตัวสุดท้ายว่า

         "ที่ไม่มีใครเลือกเธอไปเลี้ยง ไม่ใช่ว่าเธอขี้เหร่หรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเจ้าของฟาร์มตั้งราคาเธอไว้สูงกว่าลูกเป็ดตัวอื่น ๆ เท่านั้นเอง พวกคนที่มาเลือกซื้อลูกเป็ดต่างก็มีเงินไม่พอที่จะซื้อเธอไป พวกเขาต่างสนใจในตัวเธอ และอยากได้เธอ เพียงแต่ว่าค่าของเธอมากเกินกว่าที่พวกเค้าจะมีจ่าย เพื่อให้ได้เธอไปเท่านั้นเอง"

การที่ลูกเป็ดตัวสุดท้ายยังไม่ได้ถูกเลือก ไม่ได้หมายความว่า คุณค่าของลูกเป็ดน้อยลงเลย

         มองกลับกันมันอาจจะมีค่ามากที่สุดในกลุ่มลูกเป็ดทั้งหลายก็ได้ ลูกเป็ดตัวนี้จึงเพียงต้องรอคอยคนที่มีเงินพอจะจ่าย "ค่า" ของลูกเป็ดได้

         ในขณะเดียวกัน ลูกเป็ดไม่ได้เป็นผู้รอคอย แต่คุณค่าของลูกเป็ดตัวสุดท้ายเป็นข้อกำหนดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติคู่ควร จึงจะมีสิทธิ์ได้ลูกเป็ดไปครอบครอง

        เช่นเดียวกันกับ "คุณ" การที่คุณยังไม่ได้ถูกเลือก นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณต้องรอ และเป็นฝ่ายถูกเลือกเพียงฝ่ายเดียว คุณค่าของคุณ เป็นตัวกำหนดผู้ที่คู่ควรกับคุณไว้อยู่แล้ว ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณมากมาย ย่อมต้องมีหลายคนที่สนใจในตัวคุณ แต่ใช่ว่าเขาเหล่านั้นคู่ควรที่จะได้คุณไปครอง

        เมื่อวันหนึ่ง.... คนที่คู่ควร และมีค่าพอสำหรับคุณเดินเข้ามาในชีวิตคุณ ... คนที่ใช่... เขาจะไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้ครอบครองคุณหลุดมือไปอย่างแน่นอนอย่าประเมินค่าของลูก เป็ดตัวสุดท้ายผิดไป !!!!
Read more »

สีดอกกุหลาบกับความหมาย

สีดอกกุหลาบกับความหมาย 

กุหลาบสีแดง หมายถึงความรัก ความปรารถนา เป็นสิ่งนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายที่รับ

 

 

กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์

 


กุหลาบสีขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ นำโชคให้แก่ผู้รับเช่นเดียวกับกุหลาบแดง


 

กุหลาบสีเหลือง หมายถึง มิตรภาพ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน


 

กุหลาบสีแดงกับสีขาวในช่อเดียวกัน หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


 

กุหลาบสีส้ม หมายถึง ฉันรักเธอเหมือนเดิม


 

กุหลาบสีส้มกับสีเหลืองในช่อเดียวกัน หมายถึง ระลึกถึงด้วยความเสน่หา


 

กุหลาบสีแดงเข้มเหมือนไวน์แดง หมายถึง เธอช่างมีเสน่ห์ งดงาม


 

กุหลาบตูมสีแดง หมายถึง ฉันเริ่มรักเธอแล้ว


 

กุหลาบบานสีแดง หมายถึง ฉันรักเธอเข้าแล้ว


 

กุหลาบสีม่วง หมายถึง รักแรกพบ


 

กุหลาบสีพีช หมายถึง ความจริงใจและความชื่นชม


 

กุหลาบตูมสีขาวหมายถึง เธอช่างไร้เดียงสาน่าทะนุถนอม ฉันรักเธอ


 

กุหลาบสีแชมเปญ หมายถึง ความงามที่เป็นอมตะ

Read more »

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

สันติวิธี


คนคนหนึ่ง ชูกำปั้นในห้องประชุม

แล้วท้าให้ใครต่อใครมาคลายกำปั้นโดยการแกะนิ้วของเขาให้ออกจากกัน

คนแล้วคนเล่าไม่สามารถทำได้ เพราะเขาแข็งแรงกว่า

   มีคนหนึ่งเดินออกมาแล้วยกมือไหว้  คนที่กำมือคนนั้นก็ไหว้ตอบ

เขาคลายกำปั้นออกโดยที่อีกคนหนึ่งไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย

เพียงแต่ไหว้เท่านั้น

Read more »

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

เรื่องของกบตัวเล็กๆตัวหนึ่ง

ครั้งหนึ่ง มีกลุ่มของลูกกบตัวเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ได้มาร่วมกันจัดการแข่งขัน เพื่อจะปีนขึ้นไปยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง  
มีกลุ่มชนชาวกบมากมายมารอชม และเชียร์การแข่งขันครั้งนี้ การแข่งขันเริ่มขึ้น...

พูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีชนชาวกบตัวใด จะเชื่อว่า เจ้ากบตัวเล็กๆเหล่านั้นจะปีนขึ้นไปจนถึงยอดได้

มีเสียงพูดลอยมาให้ได้ยิน เป็นต้นว่า
"เขาไม่มีทางจะขึ้นไปถึงยอดหรอก มันยากลำบากขนาดนั้น"
หรือ
"เขาไม่มีโอกาสจะประสบความสำเร็จหรอก เสามันสูงขนาดนั้น"

เจ้ากบตัวน้อยๆเหล่านี้ก็เริ่มที่จะร่วงหล่นลงไปทีละตัว ทีละตัว ...
ยกเว้นเจ้าตัวหนึ่งซึ่งยังปีนอย่างมุ่งมั่น สูงขึ้น และ สูงขึ้น ....

ฝูงกบก็เริ่มส่งเสียงร้องตะโกน
"มันยากเกินไป ไม่มีใครทำได้หรอก!"

กบส่วนใหญ่เริ่มเหนื่อย และยอมแพ้...
...แต่มีกบตัวหนึ่ง ที่ยังตั้งหน้าตั้งตาปีนสูงขึ้น สูงขึ้น ... เจ้าตัวนี้ไม่ยอมแพ้!

เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน กบตัวอื่นๆ ต่างยอมแพ้ที่จะปีนสู่ยอดเสาจนหมดสิ้น
ยกเว้นกบตัวเล็กๆตัวหนึ่ง ด้วยความพยายามอย่างสุดกำลังมันก็สามารถปีนขึ้นสู่ยอดเสาได้!

กบทุกๆตัวอยากรู้ว่า เจ้ากบตัวเล็กๆตัวนี้ทำได้อย่างไร?
กบคู่แข่งขันต่างอยากรู้ว่า เจ้ากบเล็กๆตัวนี้ มีพลังในการปีนขึ้นสู่ยอดเสา อันเป็นเป้าหมาย  
จนประสบความสำเร็จได้อย่างไร?  
เรื่องกลับกลายเป็นว่า...กบผู้ชนะตัวนั้นหูหนวก!!!!
เรื่องนี้บอกให้รู้ว่า:
อย่าฟังคำพูดในด้านลบ หรือการมองในแง่ลบ จากคนอื่น...
…เพราะเขาเหล่านั้นจะดึงความฝัน ความปรารถนาในหัวใจของคุณออกไป!
ให้ระวังในพลังของคำพูดเสมอ เพราะทุกสิ่งที่คุณได้ยิน และได้อ่าน มันจะส่งผลต่อการกระทำของคุณ!

เพราะฉะนั้น:
ตลอดเวลา ขอให้เป็นคนคิดบวก!
และเหนือจากนั้น:
จงทำหูหนวก ต่อคำพูดของผู้คนที่บอกว่า คุณไม่สามารถทำความฝันของคุณให้เป็นจริงได้!
ให้คิดเสมอว่า คุณสามารถทำมันได้!
Read more »

คุณจะเป็น นกอินทรีย์ หรือ ลูกไก่

      กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแม่นกอินทรีตัวหนึ่งบังเอิญออก ลูกมาเป็นแฝด แม่อินทรีก็เฝ้าฟูมฟักลูกทั้งสองบนหน้าผา แต่มาวันหนึ่งพายุได้พัดมาที่รังของนกอินทรีพัดเอาแฝดผู้น้องตกลงไปยังพื้น เบื้องล่าง เดชะบุญที่ตรงนั้นมี แม่ไก่กับลูกฝูงหนึ่งอาศัยอยู่   แม่ไก่ได้ฟูมฟักลูกนกอินทรีประดุจดั่งเป็นลูกของตัวเองจนเติบใหญ่ สอนเดินแบบไก่ หากินแบบไก่และก็ร้องแบบไก่ จนอินทรีแฝดผู้น้องเข้าใจว่าตนเองนั้นคือไก่จริงๆ 
      มาวันหนึ่งแม่นกอินทรีหัดให้แฝดผู้พี่บิน แฝดน้องที่อยู่ด้านล่างเห็นแฝดพี่บินก็วิ่งไปถามแม่ไก่ว่า “แม่ๆดูนกบนนั้นบินสิครับ สง่างามจังเลย ผมอยากทำได้แบบนั้นจัง” แม่ไก่ได้ยินดังนั้นจึงตอบนกอินทรีผู้น้องไปว่า “ลูกเอ๋ยเป็นไปไม่ได้หลอก ข้างบนนั้นคือพญานก เป็นนกอินทรีผู้สง่างาม แต่เราเป็นไก่เราทำแบบเขาไม่ได้หรอกลูก” ลูกนกอินทรีผู้น้องก็รับคำและอยู่ กับแม่ไก่สืบต่อไป
       วันนี้เราอาจเป็นลูกนกอินทรีที่อาศัยอยู่กับฝูงไก่ก็ได้ เมื่อเราทำอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่อาจมีเสียงทักจากบุคคลรอบข้างว่า “เป็นไปไม่ได้  ทำไม่ได้” แต่ถ้าท่านยังไม่ตัดสินใจลงมือทำและแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ท่านจะรู้อย่างไรว่าท่านไม่ใช่พญานกอินทรี ????
Read more »

วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

ค่าของคน

ในกาลครั้งหนึ่งยังมียายแก่คนหนึ่ง สามีเสียชีวิต ส่วนลูกหลานก็แยกย้ายกันไปอยู่ที่อื่น
ยายแก่ทำมาหากินอยู่ตัวคนเดียวด้วยความขยันขันแข็งมาตลอด แกเก็บเล็กผสมน้อย ใช้จ่ายอย่าง
กระเหม็ดกระแหม่ จึงสะสมเงินทองไว้ได้พอสมควร แกจึงไปซื้อไหเก่าใบหนึ่งมาใส่เงินนั้นไว้
จะไปไหนก็จะอุ้มไหติดตัวไปด้วย และไม่เคยเปิดไหอวดใครเลย

ครั้นเมื่อยายอายุมากขึ้นๆ ทำงานอย่างเดิมไม่ไหว ลูก หลาน ซึ่งพากันคิดว่ายายแก่
คงจะต้องมีทรัพย์สมบัติมาก จึงพากันมารับยายแก่ไปอยู่ด้วย ยายแก่ก็รู้เท่าทันแต่ก็ทำเฉยเสีย
ช่วยลูกหลานทำงานสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ลูกหลานดูถูกได้ว่าเสียข้าวสุกเปล่า หรือเกาะเขากิน

จนวันหนึ่งแกลงไปดายหญ้าทำสวนอยู่คนเดียว แดดก็จัด แกรู้สึกปวดหลังเป็นกำลัง
ถึงกับล้มฟาดไปไม่รู้ตัว หมดสติอยู่กลางแดดเป็นเวลานานกว่าลูกหลานจะมาพบ และช่วยกัน
อุ้มเข้าบ้าน เมื่อแกฟื้นขึ้นมาปรากฏว่าแกเป็นอัมพาตพอจะพูดและเคลื่อนไหวได้บ้าง รักษาอยู่
เป็นเวลานานก็ไม่ทุเลา แกใช้เงินที่แกสะสมไว้เป็นค่ารักษาจนหมด ลูกหลานทั้งหลาย
พากันเดาว่ายายแก่คงใช้เงินรักษาจนหมดตัวแล้ว จึงพากันตีตัวออกห่าง

ในที่สุดเพื่อนบ้านแถวนั้นทนไม่ได้จึงผลัดกันมาดูแลยายแก่ แต่ทุกคนก็มีหน้าที่การงานต้องทำ
จะมาพยาบาลอยู่นานก็ไม่ได้ ยายแก่จึงต้องช่วยตัวเองซะส่วนมาก จะไปถ่ายอุจระก็ไม่ได้ ไหของแก
เมื่อเงินทองหมดก็ยังว่างเปล่าอยู่ แกจึงถ่ายอุจระไว้ในไหนั้นทุกวัน แล้วก็ปิดฝาไว้

เมื่อมีชาวบ้านมาเยี่ยม แกก็เริ่มคุยอวดชาวบ้านว่าความจริงเงินของแกก็ยังพอจะมีเหลือ
"ฉันกันเงินของฉันไว้ส่วนหนึ่ง เอาไว้ตอนเข้าตาจน ไม่เชื่อลองโยกไหดูสิ"
ชาวบ้านต่างก็ลองเอามือผลักไหดู ก็เชื่อว่ามีเงินอยู่ในนั้นแน่ พอกลับบ้านต่างคนก็ต่างไปเล่าต่อๆกัน
"ยายแก่ แกยังมีเงินเหลืออยู่ไม่น้อยเลย ไหที่ใส่ไว้หนักอึ้งทีเดียว"

ความนี้ในที่สุดก็ไปเข้าหูหลานๆของยายแก่ ด้วยความละโมบจึงพากันกลับมาคอยรับใช้ยายแก่อีก
ต่างคนก็ชิงกันเอาใจยายแก่ เพราะหวังจะครอบครองทั้งทองและเงินในไห ต่อมาไม่นานยายแก่ก็ถึง
อายุขัย หลานๆก็จัดงานศพเสียงดงาม

เมื่อเสร็จจากงานศพแล้ว ลูกหลานทุกคนก็ต่างคิดบัญชีค่าใช้จ่าย เพื่อจะได้แบ่งเงินในไหว่า
ใครได้ส่วนแบ่งมาก ใครได้น้อย พอคิดบัญชีเสร็จแล้วก็ยังทะเลาะกันจนยุติไม่ได้ เพราะต่างคนก็อยาก
จะได้มาก ไม่มีใครยอมใคร ในที่สุดก็ตกลงให้เปิดไหก่อนเพื่อจะนับเงินทอง แต่แล้วทุกคนก็ต้องผิดหวัง
เพราะพอเผยอฝาไหออก กลิ่นอุจระก็เหม็นคลุ้ง จนทุกคนผงะหงาย
ลูกหลานทุกคนเสียรู้ยายแก่เสียแล้ว
Read more »

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554



           ในการที่พระพรหมได้เหนื่อยล้าจากการสร้างโลก พระองค์จึงทรงบรรทม และมีคัมภีร์พระเวทไหลออกจากโอษฐ์ของพระองค์ อสูรหัยครีพจึงกลืนคัมภีร์พระเวทนั้นเสียแล้วหนีลงไปอยู่ ณ บาดาล
           พระนารายณ์ทราบดีว่า ในระยะพรหมราตรีจะเกิดภัยพิบัติบนโลกมนุษย์ พระองค์จึงเสด็จไปยังโลกมนุษย์ และแปลงกายเป็นปลาศผริไปอาศัยอยู่ในแม่น้ำ ในขณะที่พระสัตยพรตหรือพระมนูกำลังบูชาสุริยเทพได้พบปลาศผริ ปลาศผริได้บอกว่า ท่านพระราชาผู้ทรงธรรมหากท่านปล่อยข้าลงในแม่น้ำข้าคงไม่รอดจากปลาตัวอื่นๆ พระสัตยพรตจึงนำไปไว้ในหม้อ เพียงชั่วข้ามคืนปลานั้นก็ใหญ่คับหม้อ จึงนำไปไว้ในอ่างก็โตคับอ่าง ปลาศผริจึงขอที่อยู่ใหม่ พะสัตยพรตจึงนำไปไว้ในสระ ก็เต็มสระจึงขอที่อยู่ใหม่ พระสัตยพรตจึงนำไปปล่อยในทะเลสาบก็โตเต็มทะเลสาบ สุดท้ายจึงนำไปปล่อยในมหาสมุทรจนกระทั่งตัวใหญ่มหึมา 
           พระราชาจึงคิดว่าปลาตังนี้คงมิใช่ปลาธรรมดา จากนั้นปลาศผริก็คืนร่างเป็นพระวิษณุอวตาร มัตสยาวตาร และได้กล่าวว่า เรามาที่นี่เพื่อจะช่วยโลกให้พ้นภัย พระสัตยพรตท่านจงนำข้าราชบริพาร ชาวเมือง สัตว์ และพืชพรรณ ขึ้นเรือให้หมดและเมื่อสวดภาวนาถึงข้า ข้าก็จะมา หลังจากนั้น ๗ วัน ท้องฟ้ามืดครึ้ม น้ำทะเลปั้นป่วน ลูกไฟตกจากฟ้า เกิดฝนตกหนัก 
           พระสัตยพรตจึงนำบริพารไปขึ้นเรือและสวดอ้อนวอนพระวิษณุ พระวิษณุในรูปปลาศผริจึงมา แล้วนำพญานาคมาผูกทหงอนของพระองค์ แล้วฝ่าคลื่นพายุ และมหาสมุทรที่โหมกระหน่ำที่หมายจักปลิดชีพทุกสิ่งที่ขวางหน้า 
           วิษณุอวตารก็ได้พาพระสัตยพรตและบริพารไปไว้ในที่ปลอดภัยพร้อมกับให้พรพระสัตยพรต หลังจากนั้นจึงปรากฎรูปมัตสยาวตารเที่ยวค้นหาหัยครีพจนพบ มัตสยาวตารจึงต่อสู้กับหัยครีพ 
           หัยครีพได้ใช้ตะบองตีวิษณุอวตารแต่สุดท้ายหัยครีพก็เหนื่อยล้า หัยครีพปั่นน้ำท่วมแผ่นดินและถึงแก่ความตายแต่ไม่พบคัมภีร์พระเวทอยู่ที่หัยครีพ เพราะก่อนหน้านี้หัยครีพได้นำพระเวทไปฝากไว้ที่สังข์อสูร
           พระวิษณุจึงต้องอวตารอีกครั้งเพื่อทวงพระเวทคืน วิษณุอวตาร มัตสยาวตารเที่ยวค้นหาสังข์อสูรจนพบ สังข์อสูรกำลังอดหลับอดนอนท่องคัมภีร์พระเวท ทำให้กำลังวังชาลดลง มัตสยาวตารจึงต่อสู้กับสังข์อสูร สังข์อสูรทนไม่ไหวจึงแปลงกายเป็นหอยสังข์ มัตสยาวตารจึงกลับคืนร่างเป็นพระวิษณุ เอาพระหัตถ์ล้วงหอยสังข์ แล้วเจอคัมภีร์พระเวท หลังจากนั้นก็ใช้พระแสงตรีฟันสังข์อสูรคอขาดสิ้นชีพในที่สุด แล้วนำคัมภีร์พระเวทกลับคืนให้พระพรหมดังเดิม
Read more »

นรสิงหาวตาร

ตำนานนรสิงห์อวตารมีหลายเวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่นมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่หลักๆ ก็คือ ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ได้อวตารเป็นวราหาวตาร (หมูป่า) เพื่อไปสังหารหิรัณยกษะ (Hiranyasha) เพราะอสูรตนนี้จะม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไปทิ้งยังแดนบาดาล เหตุนี้ทำให้น้องชายของหิรัณยกษะ คือ หิรัณยกศิปุ (Hiranyakashipu) รู้สึกเจ็บแค้นยิ่ง และถือว่าพระนารายณ์เป็นศัตรูของตน

หิรัณยกศิปุคิดแผนเด็ดเพื่อกำจัดพระนารายณ์ จึงได้เฝ้าเพียรบำเพ็ญตบะสวามิภักดิ์ต่อพระพรหม ด้วยความมั่นคงแน่วแน่ พระพรหมจึงใจอ่อนยอมให้พร 

พรที่หิรัณยกศิปุทูลขอก็คือ ให้ตนไม่อาจถูกฆ่าตายโดยเทพองค์ใด รวมทั้งหมู่มนุษย์ หรือสัตว์ร้าย ไม่มีศาสตราวุธใดๆ ทำอันตรายตนได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ว่าจะบนพื้นหรือบนฟ้า! 
เมื่อได้รับพรอันวิเศษแล้ว หิรัณยกศิปุก็ทะนงตนว่าเป็นอมตะ ไม่มีผู้ใดสังหารได้ จึงได้เที่ยวกร่างไปทั่ว และให้ผู้อื่นกราบไหว้บูชาตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

หิรัณยกศิปุมีโอรสองค์หนึ่งนามว่า ประหลาท (Prahlad) พระโอรสพระองค์นี้มีศรัทธาในองค์พระนารายณ์อย่างมั่นคงยิ่ง เรื่องนี้ทำให้หิรัณยกศิปุไม่พอใจสุดๆ เพราะลูกบังอาจไปนับถือศัตรูหมายเลข 1 ของพ่อนั้น ใครเล่าจะยอมได้ เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ หิรัณยกศิปุจึงใช้อุบายต่างๆ นานาเพื่อจะกำจัดลูกคนนี้ทิ้ง แต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง เพราะอิทธิฤทธิ์แห่งองค์นารายณ์คอยช่วยเหลือเอาไว้

เย็นวันหนึ่ง หิรัณยกศิปุได้ถามประหลาทด้วยความรู้สึกหมั่นไส้พระนารายณ์ว่า เจ้าว่าพระนารายณ์มีอำนาจสูงสุด และสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ ถ้าอยู่ในทุกที่จริง แล้วเขาอยู่ในเสาหินต้นนี้ด้วยหรือเปล่า ว่าแล้วก็ชี้ไปที่เสาหินที่อยู่ใกล้ๆ

ประหลาทตอบว่าพระองค์เคยอยู่ กำลังอยู่ และจะอยู่ในเสาหินนั้น 

เมื่อได้ฟังคำตอบนี้ หิรัณยกศิปุก็เลือดขึ้นหน้า บอกว่าถ้ายังงั้นข้าจะฆ่าพระนารายณ์ให้ดู ว่าแล้วก็เอากระบองฟาดเสาหินอย่างแรง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกึกก้อง แล้วพระนารายณ์ในร่างของนรสิงห์ก็ปรากฏตัวออกมา!

นรสิงห์ลากหิรัณยกศิปุไปที่ธรณีประตู จับตัววางไว้บนตัก แล้วทบทวนพรวิเศษว่า เจ้าขอพรไม่ให้ตายด้วยเทพ มนุษย์หรือสัตว์ ไม่ให้ตายด้วยศาสตราวุธ ไม่ให้ตายในเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ให้ตายขณะอยู่ภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ให้ตายบนพื้นหรือบนฟ้า แต่ข้าไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่สัตว์ เวลานี้เป็นยามสายัณห์ ไม่ใช่ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่นี่ก็เป็นธรณีประตู ไม่ใช่ภายในหรือภายนอกของที่อยู่อาศัย และเจ้าก็อยู่บนตักของข้า ไม่ได้อยู่บนพื้นหรือบนฟ้า

ว่าแล้วนรสิงห์ก็ใช้กรงเล็บฉีกร่างของหิรัณยกศิปุ เพราะกรงเล็บก็ไม่ใช่ศาสตราวุธ ตรงตามเงื่อนไขในพรของพระพรห

กล่าวกันว่า หลังจากสังหารหิรัณยกศิปุแล้ว นรสิงห์ก็ยังอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด ถึงขนาดที่ว่าพระศิวะหรือแม้แต่พระลักษมี ชายาของพระองค์ก็ยังเอาไม่อยู่ พระพรหมจึงขอให้ประหลาทสวดภาวนาเพื่อแสดงความมั่นคงในศรัทธาต่อองค์นารายณ์ นรสิงห์ถึงจะสงบลงได้ด้วยพลานุภาพแห่งความภักดี
Read more »

วันอังคารที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2554

เงินตรา ความสำเร็จ ความรัก

ผู้หญิงนางหนึ่งออกมาจากบ้าน และพบชายชรา 3 คนยืนอยู่แถวนั้น เธอไม่รู้จักพวกเขา แต่คิดว่าคนทั้งสามคงจะหิว จึงเชิญไปที่บ้านของเธอ เพื่อเลี้ยงอาหาร
ชายชราทั้งสามปฏิเสธ โดยบอกว่าเธอจะต้องไปขออนุญาตจากสามีก่อน
เมื่อเธอกลับมาเชิญชายชราทั้งสามอีกครั้ง หลังจากที่สามีอนุญาตแล้ว หนึ่งในชายชรา ก็บอกว่าเขาชื่อ " เงินตรา " อีกคนชื่อ " ความสำเร็จ " ส่วนที่เหลืออีกคนชื่อ " ความรัก " ทั้งสามขอให้เธอกลับไปถามสามีอีกครั้งว่าจะเชิญใครระหว่างชายชราทั้งสาม
เมื่อหญิงนางนี้กลับไปหารือกับสามี เธอบอกว่า น่าจะเชิญเงินตรามาที่บ้าน เพื่อที่บ้านของเธอจะได้ร่ำรวย ฝ่ายสามีบอกว่าน่าจะเชิญความสำเร็จ แต่ฝ่ายลูกสาวบอกว่าน่าจะเชิญความรัก เพราะแต่ก่อนบ้านหลังนี้เคยมีความรัก
ในที่สุดสองสามีภรรยาก็ตัดสินใจเชิญความรักมาที่บ้าน ตามคำแนะนำของลูกสาว
แต่เมื่อชายชราชื่อความรักมาที่บ้านของเธอ ปรากฏว่าทั้งความสำเร็จและเงินตราก็ตามมาด้วย
ชายชราความรักบอกว่า ถ้าบ้านหลังนี้เลือกเชิญคนอื่น อีก 2 คนที่เหลือก็จะไม่ตามมา พร้อมกับกล่าวคำอวยพรให้กับครอบครัวที่เลือกความรักครอบครัวนี้ว่า

ที่ไหนมีความเจ็บปวด ขอให้เธอได้พบกับความสงบและเมตตา
ที่ไหนมีความสงสัย ขอให้เธอได้พบกับความเชื่อมั่น
ที่ไหนมีความเหนื่อยล้า ขอให้เธอพบความเข้าใจ ความอดทน และการเริ่มต้นใหม่
ที่ไหนมีความกลัว ขอให้เธอพบกับความรักและความกล้าหาญ
Read more »

อาเธอร์ กาเวน แม่มด

คิงอาเธอร์ในวัยหนุ่มถูกจับและคุมขังโดยกษัตริย์ของอาณาจักรข้างเคียง กษัตริย์ซึ่งน่าจะฆ่าเขาเสีย ชื่นชมในความสดใสของอาเธอร์หนุ่ม จึงเสนอให้เขาเป็นอิสระ ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากอันหนึ่ง ได้ถูกต้อง อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม เมื่อครบปี ถ้าเขาตอบไม่ได้ เขาก็จะถูกประหาร 

คำถามก็คือผู้หญิงต้องการอะไร?? ปัญหาดังกล่าว ช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง นับว่าสุดวิสัยที่อาเธอร์หนุ่มจะตอบได้ เอาเถอะ ยังไงก็ยังดีกว่าถูกประหาร เขารับข้อเสนอของกษัตริย์ที่จะตอบปัญหาให้ได้ในสิ้นปี เขากลับไปยังอาณาจักรของเขา และเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน ทั้งเจ้าหญิง ทั้งโสเภณี นักบวช นักปราชญ์ ผู้พิพากษา พูดง่ายๆ ว่าเขาถามหมดทุกคนในนคร แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้ 

คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่ ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ แต่ราคาค่าปรึษาคงจะแสนแพง ดังที่ใครๆรู้ดีทั้งเมืองว่า ยายนี่เขี้ยวแค่ไหน แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องคุยกับยัยแม่มด เจ้าหล่อนตกลงจะให้คำตอบ แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวืนโต๊ะกลม และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์ อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ คิดดูยายแก่หลังโกง เหม็นก็เหม็น มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ เกิดมาไม่เคยพบเห็นตัวประหลาดน่าคลื่นเหียนอย่างนี้มาก่อน เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน และต้องทนรับสภาพชวนอ้วกดังกล่าว ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น จึงมาสนทนากับอาเธอร์ เขาบอกว่าโลกนี้ไม่มีทุกข์สภาวะใดๆ จะเทียบได้กับชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม ดังนั้นเอง กำหนดการแต่งงานจึงถูกประกาศขึ้น และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์ 

" สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง"

ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่ และอาเธอร์ก็รอดจากการประหารแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริง กษัตริย์ดินแดนข้างเคียงเว้นชีวิตอาเธอร์และคืนอิสรภาพแก่เขา แต่ทว่า........ งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ อาเธอร์นั้นทั้งโล่งใจและทั้งโมโห ส่วนกาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติ ทั้งสุภาพอ่อนน้อม ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด

........... และแล้ว ยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์ ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!! หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า กาเวนงุนงง เอ่ยถามว่านี่มันอะไรกัน สาวแสนสวยเฉลยว่า เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน(เมื่อยามเป็นแม่มด) ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้ กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน? เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด? หรือว่า ควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวันแล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยายค่ำคืนดู

เป็นคุณหล่ะ คุณจะเลือกอย่างไร??? เมื่อได้คำตอบของคุณ แล้ว อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้

กาเวนตอบว่า เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้เลือกเอง เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง 

นิทานเรื่องนี้ สอนว่าอะไร??

1. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆข้างในเธอก็คือ แม่มด 

2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือ เป็นสาวแสนสวย เมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับ ความประพฤติของผู้ชาย
Read more »

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

สุนัข กับ เจ้านาย

เจ้าของร้านขายเนื้อสดคนหนึ่งรู้สึกประหลาดใจที่หมาตัวหนึ่งมาที่ร้าน โดยในปากมันคาบแบงก์ 10 ดอลลาร์และกระดาษเขียนข้อความว่า "ขอซื้อไส้กรอก 12 ชิ้นกับขาแกะ 1 ขาครับ"


เขารู้สึกประทับใจความแสนรู้ของมัน ดังนั้น หลังจากเก็บเงิน 10 ดอลลาร์ และเอาไส้กรอกและขาแกะใส่ถุง แขวนที่ปากให้มันคาบไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจปิดร้านสะกดรอยตามมันไป

หมาตัวนั้นเดินไปตามถนนจนถึงทางม้าลาย มันก็วางถุงที่คาบไว้ลงแล้วยืนด้วยขาหลังและยกขาหน้ากดปุ่มไฟสำหรับคนข้ามถนนแล้วก็คาบถุงต่อ รอจนไฟคนข้ามเขียวมันจึงข้ามไปยังป้ายรถเมล์อีกฝั่งหนึ่ง มันจ้องมองตารางเวลาเดินรถแล้วนั่งลงตรงที่นั่งรอ สักพักมีรถเมล์คันหนึ่งมา มันเดินไปดูหมายเลขที่หน้ารถแล้วก็กลับมานั่งรอต่อ อีกสักเดี๋ยวก็มีรถเมล์มาอีกคัน มันเดินไปดูหมายเลขรถอีก เมื่อเห็นว่าเป็นสายที่มันรออยู่ มันจึงขึ้นรถเมล์คันนั้น คนขายเนื้อถึงกับอ้าปากค้างทึ่งในความแสนรู้ของมัน แล้วรีบตาม มันขึ้นรถคันนั้นไป

หลังจากรถวิ่งผ่านกลางเมืองออกไปยังชานเมือง เจ้าหมาแสนรู้ก็ลุกจากที่นั่งเดินไปหน้ารถ มันยืนด้วยขาหลังแล้วเอาขาหน้ากดกริ่งบนรถ เมื่อรถจอดมันก็ลงและเดินไปตามถนนจนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง แล้วเลี้ยวเข้าไป คนขายเนื้อยังสะกดรอยตามมันอยู่ห่างๆ เช่นเดิม 

เมื่อมาถึงประตูบ้านที่ปิดอยู่มันก็วางถุงไส้กรอกที่คาบไว้ลง แล้วถอยหลังมาตั้งหลักประมาณ 2-3 เมตร จากนั้นก็วิ่งเข้าชนประตูเต็มแรง มันพยายามอยู่ 2-3 ครั้งแต่ประตูก็ยังเปิดไม่ออก มันเลยเดินอ้อมตัวบ้านไปที่หน้าต่างบานหนึ่งที่ปิดอยู่และเอาหัวโขกที่หน้าต่างหลายครั้ง แล้วก็เดินกลับมารอที่ประตู
 
สักพักประตูบ้านก็ถูกเปิดโดยเจ้าของหมาเป็นผู้ชายหุ่นล่ำบึ้ก ซึ่งพอเปิดประตูเสร็จเขาก็เริ่มเตะต่อย และตะโกนด่าเจ้าหมาแสนรู้ตัวนั้นทันที


ถึงตอนนี้คนขายเนื้ออดรนทนไม่ไหว เขารีบวิ่งเข้าไปห้าม เจ้าของหมา พร้อมกับถามว่า คุณเตะมันทำไมกัน มันเป็นหมาสุดอัจฉริยะเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย ถ้าไปออกทีวีต้องดังแน่

เจ้าของหมาตอบสวนทันทีว่า คุณว่ามันฉลาดนักเหรอ เชอะ! รู้มั้ยว่านี่เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์นี้นะที่มันลืมเอากุญแจบ้านติดตัวไปด้วย 


คติสอนใจจากเรื่องนี้คือ 
เราอาจทำงานได้เกินความคาดหมายในสายตาผู้อื่น แต่ก็ยัง 
ทำงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายในสายตาของนายเราเสมอ 
Read more »

นิทานลิงกับลา

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งอาศัยอยู่คนเดียวในกระท่อม ด้วยความเหงานางจึงหาสัตว์มาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนสองตัว   คือ ลิงและลา 
          วันหนึ่งหญิงชาวบ้านคนนี้ต้องออกไปตลาดเพื่อซื้ออาหาร ก่อนออกจากบ้านเธอได้เอาเชือกมาผูกคอลิง  แล้วมัดขาของลาเอาไว้ทั้งสองข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ เลี้ยงทั้งสองตัวเดินย่ำไปมาในกระท่อมจนทำให้ข้าวของ ต่างๆ ได้รับความเสียหาย
            ทันทีที่หญิงชาวบ้านออกจากบ้านไป ลิงซึ่งมีความฉลาดและแสนซนเป็นคุณลักษณะประจำตัวก็ค่อยๆ คลาย  ปมเชือกออกจากคอของมัน อีกทั้งยังซุกซนไปแก้เชือกมัดขาให้แก่ลาอีกด้วย หลังจากนั้นเจ้าลิงก็กระโดดโลดเต้น ห้อยโหนโจนทะยานไปทั่วกระท่อมจนทำให้ข้าว ของต่างๆ ล้มระเนระนาดกระจัดกระจายไปทั่ว อีกทั้งยังซุกซนรื้อ ค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมาฉีกกัดจนไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่ลาได้แต่มองดูการกระทำของเจ้าลิงอยู่เฉยๆ
             สักครู่หนึ่ง หญิงชาวบ้านคนนี้ก็กลับมาจากตลาดเจ้าลิงมองเห็นเจ้าของเดินมาแต่ไกลจากทางหน้าต่าง ก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนไว้ย่างเดิมและอยู่อย่างสงบนิ่ง
             ฝ่ายหญิงชาวบ้านเมื่อเปิดประตูกระท่อมเข้ามาเห็นข้าวของของตนถูกรื้อค้น กระจุยกระจายเช่นนั้นก็เกิดโทสะขึ้นทันที หันมองลิงและลาเพื่อดูว่าใครเป็นผู้ก่อเรื่องและเห็นว่าลาไม่มีเชือกผูกขาดังเดิม เธอก็คิดเอาเองว่าเจ้า
             ลานี่เองคือตัวปัญหา ทำให้กระท่อมของเธอมีสภาพไม่ต่างจากโรงเก็บขยะ  ดังนั้นหญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาอย่างรุนแรง   ซึ่งเจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนสิ้นใจโดยไม่สามารถทำ อะไรได้เลย

 เธอทั้งหลาย...
               เธอหลายคนคงไม่ค่อยชอบตอนจบของนิทานเรื่องนี้นักเพราะสงสารเจ้าลาที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรแต่กลับถูกเจ้าของ ทำโทษจนตาย   ส่วนเจ้าลิงซึ่งเป็นต้นเหตุแท้ๆ กลับรอดพ้นและไม่ได้รับผลกรรมใดๆ แต่แท้ที่จริงแล้วนิทานเรื่องนี้
           ต้องการชี้ให้เห็นถึง ความเป็นผู้นำ ของหญิงชาวบ้านที่ไม่พิจารณาเหตุการณ์ให้ถ่องแท้  เชื่อแค่สิ่งที่ตนเห็นแล้วลงโทษไปตามความรู้สึกและประสพการณ์ส่วนตัว  เธอมองเห็นข้าวของเสียหายและมองเห็นลาที่หลุดออกมาจากเชือก แล้วตัดสินว่าลาคงเป็นผู้กระทำ  แต่ไม่ได้มองว่าลาไม่มีปัญญาจะแก้เชือกและไม่มีนิสัยชอบรื้อทำลาย  เธอมองเห็นลิงยังถูกเชือกล่ามอยู่  ก็คิดว่าลิงคงไม่ใช่ผู้กระทำ แต่มองไม่ออกว่าผู้น่าจะแก้ปมเชือกได้และมีนิสัยชอบรื้อทำลายนั้นคือ ลิง  ความจริงถ้าเธอรู้จัก  สำรวจร่องรอยความเสียหายเสียสักเล็กน้อย เธอก็จะพบรอยเท้าและฟันของลิงกระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่พบรอยเท้าของลาเลย เพราะลาไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน

           เหตุที่หลายองค์กรต้องเหน็ดเหนื่อยทรมานกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะความสะเพร่าของผู้นำ ที่ "ปล่อยให้ลิง สร้างปัญหา แต่ลารับเคราะห์"   ลาก็เหมือนกับคนที่ปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ แต่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง พูดจาตรงไปตรงมาแต่ไร้เลห์เหลี่ยม    ลิงก็เหมือนกับคนที่ฉลาดแกมโกง พูดมากพรีเซ็นต์เก่ง อ้างอิงตำราได้สารพัดแต่ไม่เคยทำงานจริง   นายที่ดีไม่ควรปล่อยให้ลิงหลงระเริง ว่าทำผิดเท่าไหร่นายก็ไม่มีทางรู้ ผู้เป็นนายไม่ควรยึดติด

แล้วองค์กรท่านละมีลิงกับลามากน้อยขนาดไหน ผู้นำของท่านชอบลิงหรือลามากว่ากัน
Read more »

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

เกาะสีชัง

นั่งเรือไปเกาะสีชังประมาณ 45 นาที เรือจะไปจอดที่ท่าล่าง(ท่าเทวงษ์)



หาเช่ารถมอไซค์หรือสกายแลปได้ที่นี่เลย แต่ตอนที่ลงเรือแล้วให้เดินไปเอาโบชัวตรงที่เค้าแจกก่อนนะ

สถานที่แรกที่เราจะไปกันก็จะเป็น พระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งเป็นพระราชวังสมัยรัชการที่ 5
มีสถานที่สำคัญอยู่ในนี้หลายแห่งด้วยกันต้องเดินๆดูรอบๆขึ้นไปไหว้รัชกาลที่ 5 แล้วก้อเดินตามทางขึ้นไปไหว้พระด้านบนอีก
 สกายแลปมาส่งเราที่ด้านหน้าทางเข้าพร้อมกับยื่นนามบัตรหรืออาจจะบอกเบอร์ให้โทรเรียกเมื่อเดินชมเสร็จแล้ว
ระหว่างนี้สกายแลปก็จะไปรับ-ส่งผู้โดยสารต่อเพื่อหารายได้ อิอิ บริเวณทางเข้าจะมีไกด์รุ่นเยาว์อาสาพาชมในพระราชวัง
ใครสนใจก็เรียกใช้บริการได้ไม่น่าจะแพงนะ แล้วแต่จะให้ แต่ไม่เคยใช้บริการอ่ะ

เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะเห็น สะพานอัษฎางค์ เรือนไม้สีขาวยื่นไปในทะเลอยู่ทางซ้ายมือ เป็นมุมที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งยวด เพราะใครมาเกาะสีชังก็ต้องมาถ่ายรูปตรงนี้
มุมถ่ายรูปเพียบอ่ะ ในเนี้ยะ




สถานที่ต่อมา หาดถ้ำพัง เป็นหาดเล็กๆ และเป็นหาดเดียวในเกาะสีชังที่เล่นน้ำได้ หาดที่นี่ทรายขาวและน้ำใสมาก ดูแล้วใสพอๆกับเกาะล้านเลย
เล่นน้ำหรือพายเรือคายัคได้ ให้เดินไปร้านในสุดเรือแค่วันละ 150 บาท


สถานที่ต่อมา ช่องเขาขาดตรงสะพานวชิราวุธ ตรงนี้น่ามาตอนพระอาทิตย์ตก เพราะสวยมากกกกกกกกกกกกกก



สถานที่ต่อมา ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และมณฑปรอยพระพุทธบาท

          ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ
 ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือน
ด้านหน้าเกาะได้ชัดเจนศาลเจ้าพ่อเขา ใหญ่นอกจากจะเป็นที่เคารพสักการะของคนสีชังแล้ว ยังเป็นที่สักการะที่ชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือกันมาก
โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีคนมาบวงสรวง กราบไหว้กันอย่างเนืองแน่น ส่วนมณฑปรอยพระพุทธบาทนั้น
อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐาน ไว้บนยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลอันสวยงามได้โดยรอบ



จบครบทุกที่ที่สกายแลปพาไปแล้วอ่ะ

ที่เหลือคือถ้ามอไซค์ไปพวกนี้ได้เช่นปารีฮัท ไม่ได้ไปพักก้อไปถ่ายรูปได้ อิอิ แบบว่าเนียนไง

ขอขอบคุณน้องก้อย..นางแบบแสนน่ารัก ที่ให้ข้อมูลและภาพประกอบทั้งหมดครับ
Read more »

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ลามก โรคจิต บ้าSex

คนลามก   หื่น สายตามองอวัยวะของผู้หญิงเสมอ 
               ถ้าจับต้องได้ก็จะจับ กลบเกลื่อนด้วยเรื่องตลก
คนโรคจิต   หื่น ชอบจินตนาการเพ้อ สะสมของผู้ญิง
               ดีหน่อยก็แค่แอบ ถ่อยหน่อยก็กระทำเลย
คนบ้าsex   สนใจแต่ร่างกายเป็นสำคัญ ไม่สนเรื่องใจ
               คบหวังฟัน เลิกเมื่อเบื่อ เปลี่ยนเมื่อเจอของใหม่
Read more »

 
Cheap Web Hosting | Top Web Hosts | Great HTML Templates from easytemplates.com.