ตำนานนรสิงห์อวตารมีหลายเวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่นมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่หลักๆ ก็คือ ครั้งหนึ่งพระนารายณ์ได้อวตารเป็นวราหาวตาร (หมูป่า) เพื่อไปสังหารหิรัณยกษะ (Hiranyasha) เพราะอสูรตนนี้จะม้วนแผ่นดินทั้งสี่ทวีปไปทิ้งยังแดนบาดาล เหตุนี้ทำให้น้องชายของหิรัณยกษะ คือ หิรัณยกศิปุ (Hiranyakashipu) รู้สึกเจ็บแค้นยิ่ง และถือว่าพระนารายณ์เป็นศัตรูของตน
พรที่หิรัณยกศิปุทูลขอก็คือ ให้ตนไม่อาจถูกฆ่าตายโดยเทพองค์ใด รวมทั้งหมู่มนุษย์ หรือสัตว์ร้าย ไม่มีศาสตราวุธใดๆ ทำอันตรายตนได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ว่าจะบนพื้นหรือบนฟ้า!
หิรัณยกศิปุมีโอรสองค์หนึ่งนามว่า ประหลาท (Prahlad) พระโอรสพระองค์นี้มีศรัทธาในองค์พระนารายณ์อย่างมั่นคงยิ่ง เรื่องนี้ทำให้หิรัณยกศิปุไม่พอใจสุดๆ เพราะลูกบังอาจไปนับถือศัตรูหมายเลข 1 ของพ่อนั้น ใครเล่าจะยอมได้ เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ หิรัณยกศิปุจึงใช้อุบายต่างๆ นานาเพื่อจะกำจัดลูกคนนี้ทิ้ง แต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง เพราะอิทธิฤทธิ์แห่งองค์นารายณ์คอยช่วยเหลือเอาไว้
เย็นวันหนึ่ง หิรัณยกศิปุได้ถามประหลาทด้วยความรู้สึกหมั่นไส้พระนารายณ์ว่า เจ้าว่าพระนารายณ์มีอำนาจสูงสุด และสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง แล้วเขาอยู่ไหนล่ะ ถ้าอยู่ในทุกที่จริง แล้วเขาอยู่ในเสาหินต้นนี้ด้วยหรือเปล่า ว่าแล้วก็ชี้ไปที่เสาหินที่อยู่ใกล้ๆ
ประหลาทตอบว่าพระองค์เคยอยู่ กำลังอยู่ และจะอยู่ในเสาหินนั้น
เมื่อได้ฟังคำตอบนี้ หิรัณยกศิปุก็เลือดขึ้นหน้า บอกว่าถ้ายังงั้นข้าจะฆ่าพระนารายณ์ให้ดู ว่าแล้วก็เอากระบองฟาดเสาหินอย่างแรง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังกึกก้อง แล้วพระนารายณ์ในร่างของนรสิงห์ก็ปรากฏตัวออกมา!
นรสิงห์ลากหิรัณยกศิปุไปที่ธรณีประตู จับตัววางไว้บนตัก แล้วทบทวนพรวิเศษว่า เจ้าขอพรไม่ให้ตายด้วยเทพ มนุษย์หรือสัตว์ ไม่ให้ตายด้วยศาสตราวุธ ไม่ให้ตายในเวลากลางวันหรือกลางคืน ไม่ให้ตายขณะอยู่ภายในหรือภายนอกที่อาศัย ไม่ให้ตายบนพื้นหรือบนฟ้า แต่ข้าไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่สัตว์ เวลานี้เป็นยามสายัณห์ ไม่ใช่ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่นี่ก็เป็นธรณีประตู ไม่ใช่ภายในหรือภายนอกของที่อยู่อาศัย และเจ้าก็อยู่บนตักของข้า ไม่ได้อยู่บนพื้นหรือบนฟ้า
ว่าแล้วนรสิงห์ก็ใช้กรงเล็บฉีกร่างของหิรัณยกศิปุ เพราะกรงเล็บก็ไม่ใช่ศาสตราวุธ ตรงตามเงื่อนไขในพรของพระพรห
กล่าวกันว่า หลังจากสังหารหิรัณยกศิปุแล้ว นรสิงห์ก็ยังอยู่ในอารมณ์โกรธอย่างสุดขีด ถึงขนาดที่ว่าพระศิวะหรือแม้แต่พระลักษมี ชายาของพระองค์ก็ยังเอาไม่อยู่ พระพรหมจึงขอให้ประหลาทสวดภาวนาเพื่อแสดงความมั่นคงในศรัทธาต่อองค์นารายณ์ นรสิงห์ถึงจะสงบลงได้ด้วยพลานุภาพแห่งความภักดี

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น